กรมการแพทย์แนะพ่อ-แม่วางแผนก่อนมีลูก เลี่ยงเด็กธาลัสซีเมีย

กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายการป้องกันความพิการแต่กำเนิด ที่กำหนดให้สตรีตั้งครรภ์ทุกคนได้รับการตรวจคัดกรองธาลัสซีเมีย เพื่อควบคุมและป้องกันการเกิดธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงของทารกในครรภ์ นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ตามที่องค์การอนามัยโลกกำหนดให้วันที่ 8 พฤษภาคม ของทุกปี เป็นวันธาลัสซีเมียโลก เพื่อกระตุ้นให้ทุกประเทศให้ความสำคัญในการป้องกันโรคธาลัสซีเมีย

ซึ่งสามารถถ่ายทอดจากพ่อแม่ไปยังลูก โดยในประเทศไทยพบทารกแรกเกิดที่มีความพิการแต่กำเนิดประมาณ 24,000 – 40,000 รายต่อปี ขณะที่ข้อมูลจากทั่วโลกพบทารกที่มีความพิการแต่กำเนิดกว่า 80,000,000 คน หรือร้อยละ 6 ของทารกแรกเกิดทั่วโลก จำนวน 135,000,000 คนอย่างไรก็ตาม ความพิการแต่กำเนิดร้อยละ 60 -70 สามารถป้องกันหรือรักษาให้หายขาดหรือดีขึ้นได้ โดยกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายการป้องกันความพิการแต่กำเนิด ที่กำหนดให้สตรีตั้งครรภ์ทุกคนได้รับการตรวจคัดกรองธาลัสซีเมีย เพื่อควบคุมและป้องกันการเกิดธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงของทารกในครรภ์ รวมถึงรณรงค์ให้สตรีที่จะตั้งครรภ์ได้รับสารโฟเลต 6 สัปดาห์ก่อนการตั้งครรภ์ทั้งนี้ ได้จัดทำแผนการดูแลรักษาปัญหาเด็กพิการแต่กำเนิดของประเทศไทย ปี 2555-2560 จัดให้มีระบบจดทะเบียนเด็กพิการแต่กำเนิดใน 41 จังหวัด 49 โรงพยาบาล พร้อมทั้งประสานโครงการต่าง ๆ ของกระทรวงสาธารณสุขให้เพิ่มเรื่องวิธีการป้องกันการเกิดโรคธาลัสซีเมีย โดยสตรีตั้งครรภ์และสามีได้รับการตรวจคัดกรองมากกว่าร้อยละ 70 รวมถึงการพัฒนาระบบการตรวจวินิจฉัยก่อนคลอดด้านนายแพทย์สมเกียรติ ลลิตวงศา ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี หรือโรงพยาบาลเด็ก กรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย เป็นโรคโลหิตจางชนิดหนึ่งที่เกิดจากพันธุกรรมที่พบมากในประเทศไทย โดยพบทารกแรกเกิดเป็นโรคดังกล่าวปีละประมาณ 12,125 ราย โรคนี้ที่เกิดจากการสร้างฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดงลดน้อยลง เม็ดเลือดแดงจึงมีลักษณะผิดปกติและแตกง่าย ก่อให้เกิดอาการซีด เลือดจางเรื้อรัง และภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมานอกจากนี้ พบว่าสตรีตั้งครรภ์ที่เป็นพาหะธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงและสามีเป็นพาหะด้วย จะทำให้ทารกในครรภ์ผิดปกติและเสียชีวิตภายในครรภ์หรือเสียชีวิตหลังคลอด และสตรีตั้งครรภ์ที่มีทารกผิดปกติอยู่ในครรภ์กว่าร้อยละ 75 จะมีอาการครรภ์เป็นพิษ โดยมีอาการบวมและความดันโลหิตสูง สำหรับรายที่มีอาการมาก ทารกจะมีอาการซีดเหลืองภายในขวบปีแรก หากไม่ได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสม ทำให้ตัวเล็กไม่สมอายุ หน้าตาผิดรูป หน้าผากใหญ่ โหนกแก้มสูง จมูกบาน และท้องโต เพราะตับม้ามโต เด็กกลุ่มนี้จะป่วยบ่อยเพราะติดเชื้อง่าย บางรายเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในวัยเด็ก. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth


Comments are closed.