สร้างจิตใจละเอียดอ่อนให้ลูก

การฝึกจิตใจให้ละเอียดอ่อน คือ การฝึกอยู่กับธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการแข่งขันกับเวลาในรูปแบบต่างๆ ได้แก่

1. ใช้ชีวิตกับคนในครอบครัว ได้แก่ ช่วยทำงานบ้าน เล่นเกมต่างๆ แบบไม่แข่งขัน เป็นต้น

2. ปลูกต้นไม้ ดูแลเอาใจใส่ให้เติบโตอย่างงดงามออกดอกผลให้ชื่นใจ

3. เลี้ยงสัตว์ ตั้งแต่ให้อาหาร ดูแลที่อยู่อาศัย กิจวัตรประจำวัน รวมถึงสุขภาพสัตว์เลี้ยง

4. ทำกิจกรรมกับคนที่ด้อยกว่า เช่น บ้านพักเด็กบ้านพักคนชรา ผู้พิการ ฯลฯ เป็นประจำฝึก

หากพูดถึงนักแสดงที่มีไอคอนความสดใสเป็นรอยยิ้ม เชื่อได้ว่านักแสดงวัยรุ่นหญิงอย่าง ‘เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ’ ต้องอยู่ในใจใครหลายๆ คนอย่างแน่นอน แล้วเธอมีเคล็ดลับเก็บความสดใสไม่มีเบื่อนี้อย่างไร เรามาร่วมหาคำตอบไปพร้อมๆ กันค่ะ

ด้วยความที่เธอไม่ชอบอยู่กับอะไรที่อึดอัดหรือไม่สบายใจ ยามใดที่มีปัญหาเข้ามาเธอจึงเลือกที่จะมองหาเหตุและผลของเหตุการณ์พร้อมๆ ไปกับการแก้ไขอย่างไม่ใจร้อน ซึ่งเธอได้วิธีคิดนี้จากการเริ่มเข้าวัดปฏิบัติธรรมเมื่อตอนเป็นนักศึกษาอยู่ปี 2

‘เต้ย’ เล่าย้อนให้ฟังว่า เป็นไปไม่ได้อยู่แล้วที่คนเราจะไม่มีความเครียดหรือกังวลกับอะไรเลย จริงๆ ปกติเต้ยเป็นคนที่คิดเยอะเพราะไม่อยากตีความกับอะไรแค่ด้านเดียวจากมุมที่เห็น เมื่อเกิดเหตุการณ์ต่างๆ จึงฝึกคิดว่าเพราะเกิดสิ่งนั้นขึ้นจึงส่งผลให้เกิดสิ่งนี้ตามมา การเข้าวัดจึงสอนให้รู้จักเข้าใจเหตุและผลของเหตุการณ์ จึงมักเข้าวัดด้วยความสุข ไม่ใช่ทุกข์แล้วจึงเข้าวัด เพราะการเข้าวัดทำให้ได้รู้จักการฝึกสมาธิ รู้จักอยู่กับตัวเอง อยู่กับปัจจุบัน และนำคำสอนมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงเติมเต็มความสัมพันธ์ในครอบครัวให้สดใสด้วยการกล้าแสดงความรักในทุกๆ วันด้วยการกอด หอมแก้ม และบอกรักคุณพ่อ คุณแม่ และน้องชาย

“ไม่ว่าจะทำอะไรต้องหาความสบายใจให้เจอในสิ่งนั้นๆ แล้วเราจะมีความสุข” เต้ยพูดเน้นย้ำพร้อมอธิบายว่า ความสบายใจของเธอคือการทำอะไรอย่างไม่สุดโต่ง ไม่ปรุงแต่งจนเกินไป รู้จักมีความสุขกับสิ่งเล็กๆ ตามทางสายกลาง ซึ่งเป็นการสร้างความสุขได้อย่างยั่งยืนที่สุด

เต้ย เล่าต่อไปว่า ได้เรียนรู้การไม่ยึดติดจากอาชีพนักแสดงแม้จะมีการปรุงแต่งอยู่ไม่น้อยก็ตาม เพราะนักแสดงต้องสวมบทบาทเป็นคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเอง ซึ่งต้องเริ่มทำความรู้จักและอินไปกับตัวละครแต่ละบทบาทตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงจุดจบ

“การไม่ปรุงแต่งนี่แหละเป็นสิ่งที่เต้ยและครอบครัวใช้เป็นแกนหลักก้าวผ่านช่วงที่ อิก น้องชายของเต้ยป่วยด้วยโรคลูคีเมีย” เต้ยอธิบายต่อว่า เธอต้องพยายามไม่ปรุงแต่งทางความคิด อยู่กับปัจจุบัน ไม่กังวลถึงอนาคต อยู่ด้วยกำลังใจที่ให้ตัวเอง ให้น้องชายและให้พ่อกับแม่ ภายใต้ความหวังว่าอาการของน้องจะดีขึ้น

“นิยามความสุขของเต้ยเป็นการใช้ชีวิตแบบกลางๆ ที่เริ่มจากการพิจารณาตัวเองก่อน ไม่พยายามโทษสิ่งรอบตัว ที่สำคัญเต้ยมองว่าหากเรามีความรักและความปรารถนาดีต่อกันจะเกิดเป็นพลังที่ขับเคลื่อนสังคมให้น่าอยู่” เต้ย จรินทร์พร เผยเคล็ดลับความสุขทิ้งท้าย

แท้จริงแล้วความสุขไม่ใช่สิ่งที่อยู่ไกลเกินมือเอื้อม เพียงแต่ขึ้นอยู่กับหัวใจเป็นหลักอย่างมุมมองทางความคิด แน่นอนว่าคนที่มีความคิดในแง่บวก ย่อมมีหัวใจที่เข้มแข็ง ที่จะนำพาซึ่งการมีร่างกายที่แข็งแรง เพราะแม้ร่างกายเจ็บป่วย แต่ฐานความคิดและจิตใจยังคงแข็งแรงดี มิได้เจ็บป่วยตามไปด้วยนั่นเอง

ขอบคุณข้อมูล จาก สสส.


Comments are closed.