• Category Archives สุขภาพ
  • ข่าวสุขภาพ : อาการโรคหืด คล้าย Covid 19 แต่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง

    ข่าวสุขภาพ : อาการโรคหืด คล้าย Covid 19 แต่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง เตือนบางรายมีอาการโรคหืดโดยไม่รู้ตัว ผุดแคมเปญ #AdayinAlifeChallenge ให้กำลังใจคนไข้โรคหืดต้องใช้ยาต่อเนื่อง เลี่ยงมารพ.ในภาวะโควิด-19 พร้อมเผยสถิติโรคหืดคร่าชีวิตคนไทยยังพุ่งปีละเกือบ 7 พันคน

    คนไทยเสียชีวิตจากโรคหืดถึง 6,808 ราย โดยคิดเป็น 7.76 รายต่อประชากร 1 แสนคน หรือ 1.3% ของคนที่เสียชีวิตทั้งหมด เมื่อเปรียบเทียบกับข้อมูลการเสียชีวิตจากโรคนี้ในระดับโลกแล้วพบว่า ประเทศไทยจัดเป็นอันดับที่ 76 ของโลก โดยเป็นอันดับที่ 5 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเปรียบเทียบข้อมูลการเสียชีวิตของคนไทยจากโรคอื่นๆ พบว่าโรคหืดเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในคนไทยเป็นอันดับที่ 19 โดยอันดับที่ 1-3 คือ หลอดเลือดหัวใจ ไข้หวัดใหญ่/ปอดบวม และโรคหลอดเลือดสมอง ตามลำดับ (ที่มา: worldlifeexpectancy.com)

    สมาคมสภาองค์กรโรคหืดฯ มีคำแนะนำวิธีสังเกตตัวเองว่าเป็นโรคหืด หรือไม่ ด้วยคำถามง่ายๆ ดังนี้

    -ท่านเคยมีอาการเหนื่อย หายใจเสียงดังหวีด แน่นหน้าอก ไอเป็นๆ หายๆ ในช่วงเช้า/กลางคืน หรือเมื่อมีสิ่งกระตุ้น เช่น ฝุ่นควัน อากาศเย็น ขนแมวหรือขนสุนัข การออกกำลังกาย หรือไม่ ?
    -เคยนอนไม่หลับหรือต้องตื่นขึ้นมาเนื่องจากไอ, หายใจติดขัด, แน่นหน้าอก ที่ไม่ได้เกิดจากไข้หวัดหรือไม่ ?
    -ท่านเคยมีอาการหอบหืดหรือไม่ ? (หายใจหอบ, หายใจเสียงดังวี๊ดๆ, หายใจไม่ทัน, หายใจไม่เต็มอิ่ม, ไอเป็นชุดๆ)
    -ท่านเคยใช้ยาเพื่อระงับอาการหอบหืดหรือไม่ ?

    ภาวะอาการหอบ หลายคนจะเข้าใจว่าต้องเริ่มต้นด้วยการหอบ ซึ่งจริงๆแล้วอาการหอบ มักจะเริ่มต้นด้วย “การไอช่วงเวลากลางคืน” ดังนั้นเพื่อให้คนไข้โรคหืด ควรดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้องโดยไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาล จึงได้จัดทำ แอพพลิเคชั่น “Asthma Care” เพื่อให้คนไข้สามารถสังเกตุอาการและดูแลตัวเองได้แม้ในยามฉุกเฉิน โดยมีแผนปฏิบัติการ “Asthma Action Plan” ซึ่งจะระบุวิธีสังเกตอาการ วิธีการพ่นยาด้วยตนเอง เบอร์โทรฉุกเฉิน ข้อแนะนำ ตั้งเวลาเตือน พร้อมวิดีโอประกอบ แบ่งเป็นระดับสีเขียวคือปกติ สีเหลืองคือเริ่มมีอาการแต่สามารถรักษาด้วยตัวเองได้ และสีแดงคือฉุกเฉิน รักษาด้วยตัวเองไม่ได้ ต้องมาโรงพยาบาล (ต้องพ่นยาระหว่างพามาโรงพยาบาล) พร้อมมีปุ่มโทรฉุกเฉินส่งโรงพยาบาลใกล้บ้าน

    และจากการศึกษาหาแนวทางที่เหมาะสม นอกจากหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการหอบได้ง่าย เช่น บุหรี่ ไรฝุ่น ฝุ่นละออง มลพิษ ความเครียด ปัจจุบันได้ประยุกต์ใช้ทฤษฎี 4Es ที่คิดค้นขึ้นมา โดยให้คนไข้หันมาใส่ใจดูแลตนเอง ได้แก่ 1.ต้องออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ (Exercise) 2.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์(Eating) 3.สิ่งแวดล้อม (Environment) คนไข้โรคหืดจะต้องหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการ และ 4.อารมณ์ความรู้สึก (Emotion) ในภาวะที่คนไข้เครียด ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน จะทำให้โรคกำเริบขึ้นมาได้ ผลจากการนำไปใช้กับกลุ่มตัวอย่างผู้ป่วยปรากฏว่าสามารถควบคุมอาการของโรคหืดได้จริง ลดความสูญเสียที่มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นได้

    ทั้งนี้ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ด้วยอาการของคนไข้โรคหืดอาการคล้ายกับโควิด-19 แต่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง ในกรณีคนไข้โรคหืดมักมีอาการไออย่างเดียว มีน้ำมูกบ้างแต่ไม่มีไข้ ขณะที่โรคโควิด-19 มีไข้ถึง 60% เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว และอาการบ่งชี้ที่สำคัญ คือไม่ได้กลิ่นและไม่สัมผัสรส ตรวจสอบได้โดยให้คนไข้พ่นยาฉุกเฉิน ซึ่งจะต้องหายจากอาการที่เกิดจากโรคหืด หากไม่หายและมีอาการข้างต้น มีข้อแนะนำให้ตรวจหาเชื้อโควิด-19

    ปัจจุบันทางสมาคมสภาองค์กรโรคหืดแห่งประเทศไทย ได้ออกข้อแนะนำการปฏิบัติ 5 ประการในสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 อ้างอิงตามองค์การหืดโลก ดังนี้

    1.ห้ามหยุดยา-ลดยา และต้องพ่นยาอย่างสม่ำเสมอ เพราะเสียงหอบกำเริบ (ลดการมาโรงพยาบาลให้น้อยที่สุด)

    2.หลีกเลี่ยงยาพ่นประเภทฝอยละออง หรือ Nebulization เนื่องจากมีโอกาสที่ผู้ป่วยโรคหืดที่ติดเชื้อโควิด-19 จะแพร่กระจายเชื้อได้ และแนะนำให้ใช้ยาพ่น MDI with spacers (อุปกรณ์พ่น) ทำให้ได้ริเริ่มโครงการ “หยุดหอบ ป้องกัน Covid-19 ด้วย Thai Kit Spacer” โดยแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ 500 ถึง 600 แห่ง และยังร่วมมือกับสถาบันพลาสติกฯ ทำนวัตกรรม Spacers พ่นยาขณะใส่เครื่องช่วยหายใจ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยวิกฤติที่ต้องพ่นยารักษาโรคหืดควบคู่ด้วย หรือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์สามารถทำ DIY Spacers ใช้เองด้วยงบประมาณ 30-40 บาท ดูได้ทางเพจ Asthma Talks by Dr.Ann

    3.คนไข้ต้องเข้าใจและมีแผนปฎิบัติการดูแลในยามฉุกเฉิน (Asthma Action Plan) เพื่อรู้วิธีการปฏิบัติตัวและสังเกตอาการ โดยปกติสูตรการพ่นยาฉุกเฉิน ทุก 15 นาที x 3 ครั้ง ถ้าดีขึ้นพ่นห่าง 6 – 8 ชั่วโมงจนดีขึ้นไป 2-3 วัน ซึ่งคนไข้หลายคนจำผิด หรือจำไม่ได้ว่าจะต้องดูแลตัวเองอย่างไร ต้องมีการใช้ Asthma Action Plan (ใน Application : Asthma Care) ดูแลและสังเกตอาการที่บ้าน ลดความเสี่ยงมาโรงพยาบาล คนไข้โรคหืดมาแพทย์ก็ต่อเมื่อมีอาการหอบทุกๆวัน ซึ่งหมายถึงการรักษาตัวเองไม่ดีนั่นเอง

    4.หลีกเลี่ยงการทำหัตถการเป่าปอด ลดความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ ถึงแม้ว่าจะพบคนไข้โรคเกิดที่ติดเชื้อโควิด-19 ไม่ได้มีจำนวนมากก็ตาม

    5.การดูแลคนไข้ผ่าน Telemedicine โรคหืดสามารถที่จะตรวจดูอาการและรักษาผ่านทางไกลได้ โดยส่งยาไปที่บ้านหรือรับยาที่ร้านขายยาใกล้บ้าน


  • ปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาเลือกซื้อประกันสุขภาพ

    ปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาเลือกซื้อประกันสุขภาพ การไม่เป็นโรคเป็นลาภอันประเสริฐ แต่ความเป็นจริงของชีวิตทุกคนคงเคยเผชิญเหตุการณ์การเจ็บป่วยของตนเองและคนรอบข้าง ซึ่งเมื่อเข้าทำการรักษาตัวในโรงพยาบาล มักจะเจอคำถามว่า “มีประกันหรือเปล่า” “ใช้สิทธิการรักษาพยาบาลอะไรบ้าง” Continue reading  Post ID 1628


  • ตรวจสุขภาพ ที่ไหนดี เปรียบเทียบการตรวจสุขภาพ ที่คุ้มค่าที่สุด

    ตรวจสุขภาพ ที่ไหนดี เปรียบเทียบการตรวจสุขภาพ ที่คุ้มค่าที่สุด ถ้าพูดถึงการตรวจสุขภาพ ของแต่ละที่นั้น ย่อมมีหลายปัจจัยในการตัดสินใจ ที่จะเลือกใช้บริการ วันนี้เราจึงนำแต่ละที่มาเปรียบเทียบให้คุณเห็นภาพรวมได้อย่างชัดเจน เพื่อช่วยในการตัดสินใจเลือกใช้บริการตรวจสุขภาพของคุณในครั้งหน้า Continue reading  Post ID 1628